3 แข้งที่ คล็อปป์ สามารถยกระดับฝีเท้าเก่งขั้นเทพหากนักเตะย้ายซบ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล วางแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมในช่วงเวลานี้ โดยพวกเขาเล็งที่จะควักกระเป๋าเพื่อเสริมทัพเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะเปิดตัว แน่นอนว่ามีนักเตะหลายคนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ สนใจที่จะดึงมาร่วมสังกัด เพื่อยกระดับความโหดให้กับ "หงส์แดง" ในซีซั่นใหม่

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา "เดอะ เร้ดส์" ไม่ได้ใช้เงินอะไรมากนักในการเสริมทัพ โดยพวกเขาได้ตัว อาเดรียน นายทวารมากประสบการณ์มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ขณะเดียวกันก็ใช้เงินในการซื้อ ทาคูมิ มินามิโนะ เพลย์เมกเกอร์ชาวญี่ปุ่น จาก เร้ดบูลล์ส ซัลซ์บวร์ก เพียงแค่ 7.25 ล้านปอนด์ (ราว 275.5 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคม

จะว่าไปแล้ว คล็อปป์ ก็เป็นหนึ่งในกุนซือที่สามารถเค้นฟอร์มเก่งของลูกทีมออกมาได้หลายต่อหลายคน ดูได้จากผลงานของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นต้น

 แน่นอนว่านักเตะที่ได้รับการปลุกปั้นจากมันสมองของ คล็อปป์ ประสบความสำเร็จมากมาย และงานนี้ "เดลี่ สตาร์" เชื่อว่าหากผู้เล่น 3 คนที่ "หงส์แดง" เล็งที่จะดึงมาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์หากได้รับการบ่มเพาะศาสตร์ลูกหนังจาก กุนซือหน้าเปื้อนยิ้ม
 
1. อดาม่า ตราโอเร่

ปีกหุ่นนักกล้ามจากวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ เป็นที่หมายปองของ คล็อปป์ อย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่นักเตะโชว์ฟอร์มเฉิดฉายในแมตช์ที่นำทัพ "หมาป่า" ปะทะ "หงส์แดง" ทั้ง 2 เกมในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

 อดีตเทรนเนอร์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้องเจอกับงานยากลำบากในการวางแผนจัดการกับ ดาวเตะชาวสแปนิช ไม่เชื่อลองไปถาม โรเบิร์ตสัน ได้เลยว่าต้องเจอกับงานหินชนิดแทบอ้วกแตกขนาดไหนในการรับมือกับ ตราโอเร่

ต้องยอมรับว่า อดีตดาวเตะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ดูเหมือนเขาจะพบกับฟอร์มการเล่นที่เหมาะกับตัวเองในเกมลูกหนังเมืองผู้ดี แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเริ่มต้นไม่ค่อยโสภาสถาพรกับ มิดเดิลสโบรช์ ก็ตามที

 อย่างไรก็ตามผลงานกับ วูล์ฟส์ ในซีซั่นนี้บอกเลยว่าเตะตาโดนใจ คล็อปป์ สุดๆ โดยเขาซัดไปแล้ว 4 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ ในเกมลีกซีซั่นนี้ แต่เชื่อได้เลยว่าหาก แข้งกล้ามโตวัย 24 ปี ย้ายมาสวมเครื่องแบบ "หงส์แดง" งานนี้สถิติต่างๆ ในเกมรุกของเขาจะเพิ่มขึ้นแบบเขย่งก้าวกระโดดแน่นอน

2.ดีเอโก้ คาร์ลอส

สำหรับดาวเตะชาวบราซิเลียนรายนี้ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ เซบีย่า โดยเขาช่วยให้ต้นสังกัดรั้งอันดับ 3 ในตารางศึกลา ลีกา และแน่นอนว่าด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของ ดีเอโก้ คาร์ลอส เป็นจุดที่ คล็อปป์ ต้องการดึงมาร่วมทีมอย่างมาก

 คาร์ลอส ต้องระหกระเหินกับการเล่นหลากหลายสโมสรทั้งในประเทศฝรั่งเศส และโปรตุเกส แต่สิ่งนี้ช่วยฟูมฟักฝีเท้าของเขา และสามารถระเบิดฟอร์มที่แข็งแกร่งเมื่อได้รับโอกาสมาเล่นให้กับ เซบีย่า เมื่อปี 2019

ผลงานของ กองหลังวัย 27 ปีรายนี้จะยิ่งโดดเด่นมากขึ้นหากได้ กุนซือเลือดด๊อทย์ช คอยทำหน้าที่แนะนำแนวทางเจ๋งๆ ให้กับเขา รวมไปถึงการที่ คาร์ลอส จะได้เล่นร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยิ่งทำให้เขามีโอกาสพัฒนาศักยภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

 ที่สำคัญหากมองแนวรับของ ลิเวอร์พูล ที่นอกจาก ฟาน ไดค์ แล้วก็มีแค่ โฌเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน และ โจ โกเมซ ฉะนั้นหาก คล็อปป์ ได้ คาร์ลอส มาจับคู่กับ ปราการหลังชาวดัตช์ บางทีนี่อาจจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ครองอำนาจในพรีเมียร์ลีกได้อีกหลายปีก็ได้
 
3.มิลอต ราชิซ่า

ไม่มีใครปฏิเสธว่า  มิลอต ราชิซ่า กองกลางแวร์เดอร์ เบรเมน ทำผลงานส่วนตัวได้อย่างโดดเด่นกับสโมสร และเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ ลิเวอร์พูล กาหัวเอาไว้ว่าอยากได้มาเสริมแกร่ง และเชื่อว่าหากนักเตะมาเล่นให้กับ คล็อปป์ คงจะพัฒนาฝีเท้ามากยิ่งกว่านี้

 แม้ว่าผลงานของทัพ "นกนางนวล" จะดำดิ่งเรียดดินในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาลนี้ เพราะพวกเขารั้งอันดับรองบ๊วยสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้นมากๆ แต่สำหรับฟอร์มการเล่นส่วนตัวของ ราชิซ่า สวนทางกับฟอร์มของต้นสังกัดอย่างเห็นได้ชัด

 ดาวเตะวัย 23 ปี เป็นผู้เล่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ พร้อมกับทักษะและเทคนิคในการครองบอลที่สุดยอด และพรสวรรค์ชั้นยอดของเขาค่อยๆ ผลิดอกออกผลทั้งการยิงประตู และการแอสซิสต์ให้กับ เบรเมน และทีมชาติโคโซโว

ราชิซ่า ตะบันไปแล้ว 10 ประตู กับ 5 แอสซิสต์จากการเล่นทุกรายการให้กับ เบรเมน ซึ่งลองคิดดูก็แล้วกันว่าต้นสังกัดฟอร์มย่ำแย่ แต่นักเตะสามารถโชว์ฟอร์มได้ขนาดนี้ ฉะนั้นหากเขามีโอกาสได้ย้ายมาทำงานร่วมกับ คล็อปป์ แน่นอนว่า คล็อปป์ จะรีดศักยภาพชั้นยอดของนักเตะออกมาจนกลายเป็นห้องเครื่องสำคัญของ "หงส์แดง" ชัวร์

 สำหรับ ลิเวอร์พูล พวกเขาขาดนักเตะจอมสร้างสรรค์เกมไปในฤดูกาลนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าหาก ดาวเตะทีมชาติโคโซโว ได้ คล็อปป์ ช่วยฝึกปรือฝีเท้า ดีไม่ดีเขาอาจจะทำผลงานได้สุดยอดเหมือนที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สร้างเอาไว้กับทีมก็ได้

 แม้บางคนอาจบอกว่าเป็นการอวย คล็อปป์ เกินไปหรือเปล่า แต่จากผลงานที่เขาสร้างเอาไว้กับ ดอร์ทมุนด์ และปัจจุบันกับ ลิเวอร์พูล คงเป็นเครื่องหมายการันตีว่า กุนซือเลือดด๊อยท์ช คือหนึ่งในโค้ชที่เค้นศักยภาพของนักเตะออกมาได้เต็มสูบจริงๆ

พรีเมียร์ฯเตรียมแจ้งวันเปิดซีซั่นหน้า-อาจมีผลทำตัดจบฤดูกาลนี้

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก จะแจ้งกับทีมต่างๆ ว่าซีซั่นหน้าจะเริ่มฟาดแข้งในวันที่ 12-13 กันยายน ทำให้ถ้าเกิดวันหวนเตะของฤดูกาลนี้โดนเลื่อนออกไปอีก มันก็อาจจะทำให้ซีซั่นนี้ต้องโดนตัดจบ
    ฝ่ายจัดการแข่งขันของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะแจ้งกับสโมสรต่างๆ ในการประชุมของผู้ถือหุ้น วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคมนี้ว่าพวกเขาอยากให้ฤดูกาล 2020-21 เริ่มเตะกันในช่วงวันที่ 12-13 กันยายนนี้ ไม่ว่าซีซั่น 2019-20 จะจบแบบไหนก็ตาม จากการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก และลีกฟุตบอลอีกหลายแห่งทั่วโลกจำเป็นต้องพักการแข่งขันจากการเปิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และถึงแม้บางลีกจะกลับมาเตะกันต่อ หรือมีการวางคิวสำหรับหวนฟาดแข้งกันแล้ว แต่บางลีกก็มีการตัดจบซีซั่นหรือยกเลิกฤดูกาลไปเลยเช่นกัน

    ทั้งนี้ แม้ว่า พรีเมียร์ลีก จะมีการวางแผนการหวนเตะกันเอาไว้อย่างสวยหรูในชื่อ "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ต" แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่แน่นอนสำหรับการกลับมาเตะกันเลย มีเพียงการไฟเขียวให้แต่ละทีมเอานักเตะกลับมาซ้อมที่สนามซ้อมของสโมสรได้แบบเป็นกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

    กระทั่งล่าสุด เดลี่ เมล บอกว่าบอร์ดบริหารของ พรีเมียร์ลีก ต้องการกำหนดวันสำหรับการเริ่มซีซั่นหน้าภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งวันที่วพวกเขาเล็งเอาไว้คือกลางเดือนกันยายน และนั่นก็ทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่ซีซั่น 2019-20 จะต้องโดนตัดจบ ถ้าหากสุดท้ายแล้วต้องมีการเลื่อนวันหวนเตะออกไปอีก

 

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยก ลิเวอร์พูล ผลงานโหดจัดเพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์

      คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าพรสวรรค์สูงของเปแอสเช และทีมชาติฝรั่งเศส ออกมายกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าเป็นกุนซือที่ฝีมือฉมังสุด ๆ หลังสามารถทำให้ ลิเวอร์พูล ฟื้นคืนชีพจากการเป็นยักษ์หลับ กลับมาเป็นขาใหญ่ของยุโรปได้สำเร็จ จากรายงานของ liverpoolecho.co.uk เมื่อ 27 พฤษภาคม 2563

        หลังจากเข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 ทางด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ค่อย ๆ ปรับให้ทีม หงส์แดง มีศักยภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ตามด้วยแชมป์รายการใหญ่ ๆ อย่าง ซูเปอร์คัพ และ แชมป์สโมสรโลก แถมในฤดูกาลนี้ก็ต้องการอีกเพียง 6 คะแนนก็จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้อีกด้วย

        คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ เผยว่า "ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล โหดมากนะ พวกเขาทำงานกันอย่างกับเครื่องจักรเลย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเอาชนะคู่แข่งแต่ละทีมได้ไม่ยากเลย แต่จริง ๆ แล้วพวกเรารู้ดีว่าชัยชนะในแต่ละเกมมันไม่เคยง่ายเลย"

        "แต่ผมรู้ว่าที่ ลิเวอร์พูล โหดขนาดนี้เป็นเพราะว่าผู้จัดการทีมของพวกเขาไงล่ะ เจอร์เก้น คล็อปป์ เก่งมาก ๆ พวกเขาซ้อมกันแบบเอาเป็นเอาได้ มันเลยทำให้ผลงานของพวกเขาออกมาในแบบที่ใครยากจะเลียนแบบ"

        ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ออกมายกย่อง ลิเวอร์พูล ผ่านสื่อ โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยพูดว่า ชื่นชอบ พรีเมียร์ลีก และลิเวอร์พูล คือทีมที่ดีที่สุด

งานหนักโซลชา! 4 นัดสำคัญของแมนยูที่อาจชี้ชะตาโควต้าชปล.

พรีเมียร์ลีกจะคัมแบ็กอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้แล้ว นั่นหมายความว่าภารกิจลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ แมนฯยูไนเต็ด จะกลับมาอีกครั้ง พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 5 และมีแต้มตามหลังที่ 4 อย่างเชลซีอยู่ 3 แต้มเท่านั้น ขณะที่คู่แข่งอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส รวมถึงอาร์เซน่อล ก็ยังตาม "ผีแดง" มาอย่างไม่ลดละ ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังเหลือเกมในมืออยู่ทั้งหมด 9 นัด มาดูกันว่ามีเกมไหนที่อาจเป็นนัดตัดสินศึกแย่งชิงพื้นที่ ชปล. บ้าง

1.สเปอร์ส (เยือน)

 

    แมตช์นี้จะเป็นแมตช์แรกเมื่อ แมนฯยูไนเต็ด กลับมาลงแข่งขัน ซึ่งไม่บอกก็คงต้องรู้ว่าสำคัญมากทีเดียวเพราะนอกจากจะเจอกับคู่แข่งลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์แล้ว มันอาจจะเกี่ยวกับโมเมนตัมของทีมเมื่อกลับมาลงเล่นเพราะหากพ่ายเกมแรกก็มีสิทธิ์จะเป๋ยาวได้เหมือนกัน

    ในบรรดาเกมที่เหลืออยู่การเยือน สเปอร์ส น่าจะเป็นการเจอคู่แข่งที่หินที่สุดแล้ว หลายคนคงอยากจับตาดูการปะทะกันภาคสองของ โซลชา และมูรินโญ่ แมนฯยูไนเต็ด คงต้องใช้เกมสวนกลับที่พวกเขาถนัดมาเมื่อเจอทีมใหญ่แต่มูรินโญ่น่าจะมีบทเรียนจากเกมแรกมาแล้ว ดังนั้นชัยชนะที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม สำคัญมากสำหรับ​โซลชาและลูกทีมที่จะลุ้นท็อปโฟร์

2.เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า)

 

    เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่ไม่คาดคิดว่าจะต้องขับเคี่ยวลุ้นพื้นที่ ชปล. แม้ประสบการณ์จะเป็นรอง แมนฯยูไนเต็ด แต่เชื่อว่าพวกเขาคงขอสู้ให้ถึงที่สุด และหากใครยังจำกันได้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พวกเขาก็แสดงให้ “ผีแดง” เห็นแล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะพวกเขา

    ประตูตีเสมอ 3-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้ลูกทีมของ โซลชา อดคว้าชัยอย่างน่าเสียดายเพราะอุตส่าห์รัวสามประตูแซงนำได้แล้ว “ผีแดง” คงไม่อยากให้เกิดฝันร้ายแบบนี้อีกครั้ง โซลชา คงต้องทำการบ้านดีๆสำหรับเกมนี้ เพราะหาก แมนฯยูไนเต็ด มีสิทธิ์จะตัดคู่แข่งลุ้นท็อปโฟร์ไปได้อีกหนึ่งทีม

3.คริสตัล พาเลซ (เยือน)

 

    คริสตัล พาเลซ สร้างปัญหาให้กับ แมนฯยูไนเต็ด มาหลายปีแม้ว่าสองครั้งหลังสุดที่เจอกัน ในถิ่นเซลเฮิร์สท์ พาร์ค “ปีศาจแดง” จะเก็บชัยชนะ 3-1 และ 3-2 แต่พาเลซยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับ แมนฯยูไนเต็ด เสมอ

    นัดแรกในฤดูกาลนี้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนสิงหาคมเป็น แมนฯยูไนเต็ด ที่โดน พาเลซ ทำช็อกบุกมาสอยคารัง 2-1 จากประตูชัยช่วงทดเจ็บของ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ถือเป็นเกมที่บ่งบอกถึงคุณภาพเกมรุกของทีม “ปีศาจแดง” ว่ายังไม่แกร่งพอที่จะทะลวงคู่แข่งที่ตั้งรับลึก แต่ตอนนี้พวกเขามีบรูโน่ แฟร์นันด์ส และโอเดียน อิกาโล่ แล้วอาจจะช่วยทีมได้มากขึ้น นอกจากนี้การแข่งสนามปิดจะเป็นการช่วย แมนฯยูไนเต็ด เล็กน้อยเนื่องจากไม่มีผู้ชมในสนามคอยกดดันลูกทีมของ โซลชา

4.เลสเตอร์ ซิตี้ (เยือน)

 

    ไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ในช่วงท้ายซีซั่นจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าการลุ้นพื้นที่ ชปล. ยังขับเคี่ยวกันจนถึงนัดสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะลำบากพอสมควรเพราะพวกเขาต้องไปเยือนหนึ่งในทีมท็อปโฟร์นั่นก็คือ เลสเตอร์ ซิตี้ ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

    แม้ เลสเตอร์ ซิตี้ จะมีแต้มห่างจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 8 แต้มซึ่งค่อนข้างยากที่จะไล่ตามทัน แต่เชื่อว่า “เดอะ ฟ็อกซ์” คงอยากทิ้งทวนนัดสุดท้ายในบ้านด้วยชัยชนะ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเกมนี้แน่นอนคือความฟิตของนักเตะเนื่องจากทั้งสองทีมต้องลงเล่นต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ แมนฯยูไนเต็ด ทีเดียว

อดีตโค้ช ชี้ ตำแหน่งไหน ทาคูมิ มินามิโนะ ถึงจะปังกับ ลิเวอร์พูล

เจสซี่ มาร์ช กุนซือใหญ่ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ออกมาชี้ว่า สำหรับ ทาคูมิ มินามิโนะ การลงเล่นในตำแหน่งของ โม ซาล่าห์ หรือว่า ซาดิโอ มาเน่ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไร แต่หากว่าเป็นตำแหน่งของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ รับรองได้เลยว่าปังแน่นอน จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 27 พฤษภาคม 2563

        นับตั้งแต่ที่ ทาคูมิ มินามิโนะ ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เขายังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้เลย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากพอทั้งใน พรีเมียร์ลีก และการแข่งขันรายการอื่น ๆ แถมยังอยู่ในช่วงปรับตัว รวมไปถึงการลงเล่นในตำแหน่งที่ยังไม่โดนสักเท่าไร

        เจสซี่ มาร์ช กล่าวว่า "เอาจริง ๆ ผมขอพูดเลยว่า ทาคิ น่าจะไม่สามารถลงเล่นในตำแหน่งของทั้ง โม และ ซาดิโอ ได้ เพราะว่าทั้ง 2 คนที่ว่านี้ถูกใช้งานในการเปลี่ยนเกมด้วยความเร็วสูง"

        "ส่วนตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา ผมมองว่าในตำแหน่งของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ นั้น เหมาะสมกับเขามากที่สุดแล้ว เพราะว่าเขาสามารถเล่นแบบเพรสซิ่งได้ และพอได้บอลมาเขาก็สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้เล่นหมายเลข 10 ได้ กับการพาบอลขึ้นไปข้างหน้า และทำประตูในกรอบเขตโทษ"

        "แต่ก็นั่นแหละ ผมยังเจ็บปวดเสมอที่ต้องเสียเขาไปให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวเพียงน้อยนิด แต่ยังไงซะเรายังมีทีมงานแมวมองคุณภาพ และอะคาเดมี่ที่ดี ซึ่งเราจะหาผู้เล่นเจนใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นมาได้เสมอ"

แมนยูยิ้มกว้าง!อัพเดตสถานกาณ์แข้งเดี้ยงทั้ง 20 สโมสรพรีเมียร์ลีกก่อนรีสตาร์ทซีซั่น

เป็นยืนยันแล้วว่า ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 จะกลับมาฟาดแข้งกันต่อ ตั้งแต่วันพุธที่ 17 มิถุนายนนี้ พร้อมตั้งเป้าให้จบภายในวันที่ 1 สิงหาคม ว่าแล้วเรามาอัพเดตสถานการณ์บรรดานักเตะบาดเจ็บของทั้ง 20 สโมสรกันดีกว่าว่า มีใครบ้างที่พร้อมกลับมาลุยได้ทันทีที่รีสตาร์ท และมีผู้เล่นคนไหนบ้างที่ยังคงเดี้ยงอยู่ ซึ่งงานนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รับประโยชน์เต็มๆ ในช่วงที่พักเบรกยาว หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" (ข้อมูลจาก Daily Star)

 * บอร์นมัธ *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : เดวิด บรู๊คส์ 
  – เจ็บอยู่ : อารอน แรมส์เดล (ติด "โควิด-19", คาดว่ากลับมาได้ในเดือนมิถุนายน)

 * อาร์เซน่อล *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : ลูคัส ตอร์เรร่า, คีแรน เทียร์นี่ย์
  – เจ็บอยู่ : คาลั่ม แชมเบอร์ส (เอ็นหัวเข่า คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนสิงหาคม)

 * แอสตัน วิลล่า *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : –
  – เจ็บอยู่ : เวสลี่ย์ (เอ็นหัวเข่า, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก), ทอม ฮีตัน (เอ็นหัวเข่า, คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนมิถุนายน / กรกฎาคม), เจ็ด สเตียร์ (เอ็นร้อยหวาย, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก), เฟรเดอริค กิลแบร์ (หัวเข่า, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก), จอห์น แม็คกิน (หัวเข่า, เริ่มซ้อมเบาๆ ได้บ้างแล้ว)

 * ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : สตีเว่น อัลซาเต้
  – เจ็บอยู่ : โฮเซ่ อิซเกียร์โด้ (หัวเข่า, คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนกรกฎาคม)

 * เบิร์นลี่ย์ *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : เจย์ โรดริเกซ, แม็ตต์ โลว์ตัน, โยฮัน เบิร์ก กุ๊ดมุนด์สัน, แอชลีย์ บาร์นส์
    – เจ็บอยู่ :  –

 * เชลซี *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย :  คริสเตียน พูลิซิช, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, แทมมี่ อับราฮัม, มาร์โก ฟาน กิงเคล, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (กลับมาซ้อมแบบแยกเดี่ยว หลังได้รับอนุญาตให้พักอยู่บ้าน)
  – เจ็บอยู่ : –

 * คริสตัล พาเลซ *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : พาทริค ฟาน อานโฮลท์, เจมส์ ทอมกิ้นส์, มามาดู ซาโก้
  – เจ็บอยู่ : –   

 * เอฟเวอร์ตัน *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : –
  – เจ็บอยู่ : มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน (หัวเข่า, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก), เชงค์ โตซุน (หัวเข่า, คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน), ฌอง-ฟิลิปป์ บาแม็ง (กล้ามเนื้อต้นขา, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก)

 * เลสเตอร์ ซิตี้ * 
   – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : –
  – เจ็บอยู่ : ริคาร์โด้ เปเรยร่า (หัวเข่า, คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนสิงหาคม), แดเนี่ยล อมาร์ตี้ย์ (ข้อเท้า, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก)

 * ลิเวอร์พูล *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : อลีสซง เบ็คเกอร์
  – เจ็บอยู่ : เซอร์ดาน ชากิรี่ (น่อง, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก), นาธาเนียล ไคลน์ (หัวเข่า, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก)

* แมนเชสเตอร์ ซิตี้ *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : ลีรอย ซาเน่, อายเมอริก ลาป๊อร์กต์
  – เจ็บอยู่ : –

 * แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด
  – เจ็บอยู่ : –

 * นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : มาร์ติน ดูบราฟก้า, คีแรน คล้าร์ก, แอนดี้ แคร์โรลด์, พอล ดัมเม็ตต์
  – เจ็บอยู่ : เยโทร วิลเล่มส์ (หัวเข่า, คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนสิงหาคม)

 * นอริช ซิตี้ *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : ทิม โคลเซ่, โอเนล เอร์นานเดซ
  – เจ็บอยู่ : แซม ไบรัม (ต้นขา, ตอนนี้ซ้อมแบบเบาๆ)

 * เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : เอ็นดา สตีเว่นส์, ลีส มุสเซ็ต
  – เจ็บอยู่ : –

 * เซาธ์แฮมป์ตัน *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : นาธาน เร้ดมอนด์
  – เจ็บอยู่ / แบน : มุสซ่า เยเนโป (กำลังติดโทษแบน 3 นัด)

* ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-มิน, มุสซ่า ซิสโซโก้, สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น
  – เจ็บอยู่ : –

 * วัตฟอร์ด *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : –
  – เจ็บอยู่ : เคราร์ด เดวโลเฟว (หัวเข่า, ยังไม่ทราบกำหนดคัมแบ็ก), อาเดรียน มาริยัปป้า (ติด "โควิด-19", คาดว่ากลับมาได้ช่วงเดือนมิถุนายน)

*เวสต์แฮม ยูไนเต็ด *
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : ไรอัน เฟรเดอริคส์, โทมัส ซูเช็ค
  – เจ็บอยู่ : – 

 * วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส * 
  – กลับมาซ้อมเรียบร้อย : จอนนี่ คาสโตร, มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์
  – เจ็บอยู่ : –
 

2020 dota2 Meraki vs Infamous การวิเคราะห์ วันที่ 28 พ.ค.

Meraki ชนะ 1 แพ้ 2 ใน 3 เกมหลัง อัตราชนะ 33%

Infamous ชนะ 13 แพ้ 6 ใน 20 เกมหลัง อัตราชนะ 65% อันดับโลกของพวกเขาเหนือกว่า

ฟันธง Infamous

เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

ถูกใจกองแช่ง !! เวนเกอร์ พอใจ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทาบแชมป์ไร้พ่ายของ อาร์เซนอล

       อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือระดับตำนานของ อาร์เซนอล สโมสรชั้นนำแห่ง พรีเมียร์ลีก ยอมรับตามตรงว่าเขาเองรู้สึกพอใจที่ ลิเวอร์พูล พลาดท่าอดคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย เพราะต้องการเห็น ปืนใหญ่ เป็นทีมเดียวที่สร้างประวัติศาสตร์นี้ จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563

        ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงใน พรีเมียร์ลีก และมีแววว่าจะไปทาบแชมป์ไร้พ่ายในตำนานของ อาร์เซนอล เมื่อซีซั่น 2003-04 ทว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาก็พลาดท่าให้กับ วัตฟอร์ด 0-3 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ "หงส์แดง" จบสถิติไร้พ่ายในลีกไว้ที่ 44 นัด

        และเมื่อถูกถามว่าพอใจกับชัยชนะของ วัตฟอร์ด เหนือ ลิเวอร์พูล หรือไม่ ? อาร์แซน เวนเกอร์ ตอบว่า "ก็ใช่นะ อาจเรียกได้ว่าเป็นความพอใจ เราก็อยากเป็นทีมเดียวที่ประสบความสำเร็จแบบนี้"

        "ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะทำได้แล้ว แต่มันแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำแบบนั้นได้ ซึ่งหลังจากจบเกมนั้น ผมก็ได้รับข้อความแสดงความยินดีจากแฟนบอล อาร์เซนอล มากมาย"

        สำหรับ พรีเมียร์ลีก เตรียมหวนกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังจากต้องพักหนีการระบาดของ COVID-19 แต่ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน ขณะที่สถานการณ์ในลีก ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะอีกเพียง 2 จาก 9 เกมที่เหลือก็จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปีได้ทันที

2020 dota2 Thunder Predator vs Quincy Crew การวิเคราะห์อีสปอร์ต วันที่ 29 พ.ค.

Thunder Predator ชนะ 2 เสมอ 1 จาก 3 เกมหลัง ส่วน Quincy Crew ชนะ 2 แพ้ 1 จาก 3 เกมหลัง

ฟันธง Thunder Predator

เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

2020 dota2 syndereN Fanclub vs Astronauts ทีเด็ดอีสปอร์ต วันที่ 30 พ.ค.

syndereN เพิ่งทำการแข่งขันจากเดือนนี้เลย ลุยไป 6 นัดเก็บผลงานชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 2 ฟอร์มไม่ได้เข้าเป้า
Astronauts เองพอใช้ได้โดยชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 1 ใน 7นัดหลัง อัตราชนะเป็น 43%
ฟันธง Astronauts
เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html